
VAT 7% คืออะไร คำนวณยังไง? ทุกคำถามที่คุณอยากรู้ครบจบที่นี่
ถ้าคุณเคยเจอสถานการณ์แบบนี้แล้วต้องเปิด Google หา บทความนี้จะทำให้คุณไม่ต้องหาอีกเลย เพราะรวบรวมทุกสูตร ทุกกรณี พร้อมตัวอย่างตัวเลขจริงไว้ครบที่นี่ที่เดียวซื้อของออนไลน์แล้วเจอ "ราคายังไม่รวม VAT" — ต้องจ่ายเพิ่มอีกเท่าไร?
ออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้า — คิด VAT จากราคาไหน? เจ้านายให้ถอด VAT ออกจากยอดรวม — ใช้สูตรอะไร?
สารบัญ
- VAT คืออะไร ทำไมต้องจ่าย?
- สูตรคำนวณ VAT 3 แบบที่ต้องรู้
- แบบที่ 1 — บวก VAT เข้าไปในราคา
- แบบที่ 2 — ถอด VAT ออกจากราคารวม
- แบบที่ 3 — หา VAT จากยอดที่รู้แล้ว
- ตัวอย่างจริง 10 สถานการณ์ที่พบบ่อย
- ใบกำกับภาษี vs ใบเสร็จธรรมดา ต่างกันยังไง?
- ใครบ้างที่ต้องจด VAT?
- สินค้าและบริการที่ได้รับการยกเว้น VAT
- FAQ คำถามที่พบบ่อย
VAT คืออะไร ทำไมต้องจ่าย?
VAT ย่อมาจาก Value Added Tax หรือ ภาษีมูลค่าเพิ่ม คือภาษีที่รัฐบาลเก็บจากการบริโภคสินค้าและบริการทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่วัตถุดิบ ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย จนถึงผู้บริโภคคนสุดท้าย
อัตรา VAT ในประเทศไทยปัจจุบัน = 7%
(อัตราปกติตามกฎหมายคือ 10% แต่ลดเหลือ 7% มาตลอดตั้งแต่ปี 2540 และยังคงต่ออายุต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน)
ใครเป็นคนจ่าย VAT จริงๆ?
ในทางเทคนิค ผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT เป็นคนนำส่งภาษีให้กรมสรรพากร แต่ ผู้บริโภคคนสุดท้ายคือคนที่แบกรับภาระจริงๆ เพราะราคาสินค้าที่คุณจ่ายนั้นรวม VAT ไว้แล้ว หรือถ้าเป็นราคาก่อน VAT ก็จะถูกบวกเพิ่มตอนชำระเงิน

VAT ต่างจากภาษีรายได้อย่างไร?
| ประเภทภาษี | เก็บจาก | ใครเป็นคนจ่าย |
|---|---|---|
| VAT | การซื้อขายสินค้า/บริการ | ผู้บริโภค (ผ่านผู้ขาย) |
| ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา | รายได้ส่วนบุคคล | บุคคลธรรมดา |
| ภาษีเงินได้นิติบุคคล | กำไรของบริษัท | นิติบุคคล |
| ภาษีหัก ณ ที่จ่าย | บางบริการ | ผู้จ่ายเงิน (หักก่อนโอน) |
สูตรคำนวณ VAT 3 แบบที่ต้องรู้
ในชีวิตจริง การคำนวณ VAT มี 3 สถานการณ์หลัก แต่ละแบบใช้สูตรต่างกัน
แบบที่ 1 — บวก VAT เข้าไปในราคา
ใช้เมื่อ: รู้ราคาก่อน VAT แล้วต้องการหาราคาที่ต้องจ่ายจริง
สูตร

ราคารวม VAT = ราคาก่อน VAT × 1.07
หรือถ้าต้องการแยกดูตัวเลข VAT:
ค่า VAT = ราคาก่อน VAT × 0.07
ราคารวม = ราคาก่อน VAT + ค่า VAT
ตัวอย่าง
สินค้าราคา 1,000 บาท (ยังไม่รวม VAT)
ค่า VAT = 1,000 × 0.07 = 70 บาท
ราคารวม = 1,000 + 70 = 1,070 บาท
หรือคำนวณรวดเดียว: 1,000 × 1.07 = 1,070 บาท
ตารางอ้างอิงด่วน — บวก VAT 7%
| ราคาก่อน VAT | ค่า VAT | ราคารวม VAT |
|---|---|---|
| 100 บาท | 7 บาท | 107 บาท |
| 200 บาท | 14 บาท | 214 บาท |
| 500 บาท | 35 บาท | 535 บาท |
| 1,000 บาท | 70 บาท | 1,070 บาท |
| 2,500 บาท | 175 บาท | 2,675 บาท |
| 5,000 บาท | 350 บาท | 5,350 บาท |
| 10,000 บาท | 700 บาท | 10,700 บาท |
| 25,000 บาท | 1,750 บาท | 26,750 บาท |
| 50,000 บาท | 3,500 บาท | 53,500 บาท |
| 100,000 บาท | 7,000 บาท | 107,000 บาท |
แบบที่ 2 — ถอด VAT ออกจากราคารวม
ใช้เมื่อ: รู้ราคาที่รวม VAT แล้ว ต้องการหาว่าราคาก่อน VAT คือเท่าไร
นี่คือกรณีที่คนสับสนมากที่สุด เพราะหลายคนคิดว่าแค่หาร 1.07 หรือลบ 7% ออก แต่วิธีนั้น ผิด
ทำไมลบ 7% ตรงๆ ถึงผิด?
เพราะ 7% ที่คิดนั้นคิดจาก ราคาก่อน VAT ไม่ใช่ราคารวม VAT ถ้าคุณลบ 7% ออกจากราคารวม คุณจะได้ตัวเลขที่ไม่ถูกต้อง
ตัวอย่างที่เห็นชัด:
- ราคาก่อน VAT: 1,000 บาท
- VAT 7%: 70 บาท
- ราคารวม: 1,070 บาท
ถ้าเอา 1,070 × 7% = 74.90 บาท ← ผิด ไม่ใช่ 70 บาท

สูตรที่ถูกต้อง
ราคาก่อน VAT = ราคารวม VAT ÷ 1.07
หรือแสดงแบบละเอียด:
ราคาก่อน VAT = ราคารวม VAT × (100 ÷ 107)
ค่า VAT = ราคารวม VAT × (7 ÷ 107)
ตัวอย่าง
ราคารวม VAT 1,070 บาท — ต้องการถอด VAT ออก
ราคาก่อน VAT = 1,070 ÷ 1.07 = 1,000 บาท
ค่า VAT = 1,070 × (7÷107) = 70 บาท
ตรวจสอบ: 1,000 + 70 = 1,070 ✓
ตารางอ้างอิงด่วน — ถอด VAT 7%
| ราคารวม VAT | ค่า VAT | ราคาก่อน VAT |
|---|---|---|
| 107 บาท | 7 บาท | 100 บาท |
| 214 บาท | 14 บาท | 200 บาท |
| 535 บาท | 35 บาท | 500 บาท |
| 1,070 บาท | 70 บาท | 1,000 บาท |
| 2,675 บาท | 175 บาท | 2,500 บาท |
| 5,350 บาท | 350 บาท | 5,000 บาท |
| 10,700 บาท | 700 บาท | 10,000 บาท |
| 26,750 บาท | 1,750 บาท | 25,000 บาท |
| 53,500 บาท | 3,500 บาท | 50,000 บาท |
| 107,000 บาท | 7,000 บาท | 100,000 บาท |
แบบที่ 3 — หา VAT จากยอดที่รู้แล้ว
ใช้เมื่อ: ต้องการรู้ว่าในยอดเงินที่จ่ายไปนั้น มี VAT อยู่เท่าไร (เพื่อบันทึกบัญชีหรือขอคืน VAT)
สูตร
VAT ที่ซ่อนอยู่ = ราคารวม VAT × (7 ÷ 107)
ซึ่งเท่ากับ ราคารวม VAT × 0.06542... (หรือประมาณ 6.54%)
ตัวอย่าง
จ่ายค่าบริการไป 5,350 บาท (รวม VAT แล้ว) — มี VAT อยู่เท่าไร?
VAT = 5,350 × (7 ÷ 107) = 5,350 × 0.065421 = 350 บาท
ราคาก่อน VAT = 5,350 − 350 = 5,000 บาท ✓
ตัวอย่างจริง 10 สถานการณ์ที่พบบ่อย
สถานการณ์ที่ 1: ซื้อของออนไลน์ราคาก่อน VAT
ซื้อโน้ตบุ๊กราคา 28,000 บาท (ก่อน VAT) ต้องจ่ายจริงเท่าไร?
VAT = 28,000 × 0.07 = 1,960 บาท
จ่ายจริง = 28,000 + 1,960 = 29,960 บาท
สถานการณ์ที่ 2: ร้านอาหารบอกราคาในเมนูว่า "ยังไม่รวม VAT และ Service Charge 10%"
อาหารราคา 450 บาท ก่อน VAT และ Service Charge
Service Charge = 450 × 10% = 45 บาท
ยอดก่อน VAT = 450 + 45 = 495 บาท
VAT 7% = 495 × 7% = 34.65 บาท
จ่ายจริง = 495 + 34.65 = 529.65 บาท
หมายเหตุ: ร้านอาหารส่วนใหญ่คิด VAT จาก (ราคาอาหาร + Service Charge) รวมกัน ไม่ใช่แค่ราคาอาหารอย่างเดียว

สถานการณ์ที่ 3: ออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้า
ขายสินค้าให้บริษัทลูกค้าในราคา 15,000 บาท (ก่อน VAT)
มูลค่าสินค้า = 15,000 บาท
VAT 7% = 15,000 × 0.07 = 1,050 บาท
ยอดรวมในใบกำกับ = 15,000 + 1,050 = 16,050 บาท
ในใบกำกับภาษีต้องแสดงแยกชัดเจน: มูลค่าสินค้า 15,000 / ภาษีมูลค่าเพิ่ม 1,050 / รวมทั้งสิ้น 16,050
สถานการณ์ที่ 4: ลูกค้าโอนมา 53,500 บาท บอกว่ารวม VAT แล้ว — ต้องออกใบกำกับเท่าไร?
มูลค่าก่อน VAT = 53,500 ÷ 1.07 = 50,000 บาท
VAT = 53,500 × (7÷107) = 3,500 บาท
ออกใบกำกับ: มูลค่าสินค้า 50,000 / VAT 3,500 / รวม 53,500 ✓
สถานการณ์ที่ 5: จ่ายค่า Freelance ต้องหัก ณ ที่จ่ายด้วย
จ้าง Freelance ออกแบบเว็บ ค่าบริการ 20,000 บาท (ก่อน VAT)
VAT 7% = 20,000 × 0.07 = 1,400 บาท
ยอดรวม = 21,400 บาท
หัก ณ ที่จ่าย 3% = 20,000 × 0.03 = 600 บาท
(หัก ณ ที่จ่ายคิดจากราคาก่อน VAT เสมอ)
โอนจริงให้ Freelance = 21,400 − 600 = 20,800 บาท
จุดสำคัญ: หัก ณ ที่จ่าย (WHT) คิดจากราคาก่อน VAT เสมอ ไม่ใช่ราคารวม VAT
สถานการณ์ที่ 6: ซื้อของบน Lazada ราคา 399 บาท "รวม VAT แล้ว" — มี VAT เท่าไร?
VAT = 399 × (7 ÷ 107) = 399 × 0.065421 = 26.10 บาท
ราคาก่อน VAT = 399 − 26.10 = 372.90 บาท
สถานการณ์ที่ 7: บริษัทต้องการรู้ Input VAT เพื่อขอคืน
ซื้อวัตถุดิบมา 3 รายการ ราคารวม VAT แล้ว: 10,700 / 5,350 / 3,210 บาท
Input VAT รายการ 1 = 10,700 × (7÷107) = 700 บาท
Input VAT รายการ 2 = 5,350 × (7÷107) = 350 บาท
Input VAT รายการ 3 = 3,210 × (7÷107) = 210 บาท
รวม Input VAT = 700 + 350 + 210 = 1,260 บาท
สถานการณ์ที่ 8: ค่าโฆษณา Facebook/Google Ads — VAT คิดยังไง?
Google Ads และ Meta Ads ที่เรียกเก็บจากบริษัทในไทย ถือเป็นบริการจากต่างประเทศ (Electronic Service) ซึ่งตั้งแต่ปี 2564 กรมสรรพากรกำหนดให้ผู้ให้บริการต่างประเทศที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท/ปีจากลูกค้าไทยต้องจด VAT และเรียกเก็บในอัตรา 7% ดังนั้น Google/Meta จะบวก VAT 7% เข้าไปในบิลค่าโฆษณาของคุณโดยอัตโนมัติ
สถานการณ์ที่ 9: ซื้อที่ดิน — ต้องเสีย VAT ไหม?
การซื้อขาย ที่ดินเปล่าที่ไม่ใช่เพื่อธุรกิจ ได้รับการยกเว้น VAT แต่จะเสียอากรแสตมป์หรือภาษีธุรกิจเฉพาะแทน อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นการซื้อขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเชิงพาณิชย์หรือโดยบริษัทอสังหาริมทรัพย์ อาจมี VAT เกี่ยวข้อง ควรปรึกษานักบัญชีเพิ่มเติม
สถานการณ์ที่ 10: คำนวณ VAT สำหรับการทำ Quotation
ทำใบเสนอราคาให้ลูกค้า รายการดังนี้:
- ค่าออกแบบ: 15,000 บาท
- ค่า Printing: 8,500 บาท
- ค่าติดตั้ง: 6,500 บาท
รวมก่อน VAT = 15,000 + 8,500 + 6,500 = 30,000 บาท
VAT 7% = 30,000 × 0.07 = 2,100 บาท
รวมทั้งสิ้น = 30,000 + 2,100 = 32,100 บาท
ใบกำกับภาษี vs ใบเสร็จธรรมดา ต่างกันยังไง?
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยมากคือคิดว่าใบเสร็จรับเงินกับใบกำกับภาษีใช้แทนกันได้ ซึ่ง ไม่ถูกต้อง
| รายการ | ใบเสร็จรับเงิน | ใบกำกับภาษี |
|---|---|---|
| ออกโดย | ผู้ขายทุกราย | เฉพาะผู้จด VAT เท่านั้น |
| แสดง VAT แยก | ไม่จำเป็น | ต้องแสดงแยกชัดเจน |
| ใช้ขอคืน VAT ได้ | ❌ | ✅ |
| ต้องมีเลขทะเบียน VAT | ไม่จำเป็น | ต้องมีเสมอ |
| ต้องมีชื่อ-ที่อยู่ผู้ซื้อ | ไม่จำเป็น | ต้องมีเสมอ |
องค์ประกอบที่ต้องมีในใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง
- คำว่า "ใบกำกับภาษี" ชัดเจน
- ชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี (13 หลัก) ของผู้ขาย
- ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อ (และเลขผู้เสียภาษีถ้าเป็นนิติบุคคล)
- หมายเลขใบกำกับภาษีและวันที่
- รายการสินค้า/บริการ พร้อมจำนวนและราคา
- มูลค่าก่อน VAT แยกชัดเจน
- จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม แยกชัดเจน
- ยอดรวมทั้งสิ้น
ใครบ้างที่ต้องจด VAT?
เกณฑ์การจด VAT ภาคบังคับ
ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการ เกิน 1,800,000 บาทต่อปี มีหน้าที่จดทะเบียน VAT ภายใน 30 วันนับจากวันที่รายรับถึงเกณฑ์
สมัครใจจด VAT ได้ไหม?
ได้ แม้รายรับจะยังไม่ถึง 1.8 ล้านบาท ผู้ประกอบการสามารถสมัครใจจด VAT ได้ ซึ่งมีประโยชน์ถ้าลูกค้าส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่ต้องการใบกำกับภาษีเพื่อขอคืน VAT
ธุรกิจที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องจด VAT
แม้รายรับจะเกิน 1.8 ล้านบาท ธุรกิจบางประเภทได้รับยกเว้น เช่น:
- เกษตรกรรม ประมง ปศุสัตว์ ป่าไม้
- บริการการศึกษาของรัฐและเอกชนที่ได้รับอนุญาต
- บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข
- บริการขนส่งในประเทศ (ยกเว้นทางอากาศ)
- ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์บางประเภท
- บริการของสถาบันการเงิน

สินค้าและบริการที่ได้รับการยกเว้น VAT
ไม่ใช่ทุกอย่างที่ต้องเสีย VAT รายการที่ได้รับยกเว้นที่พบบ่อยในชีวิตประจำวัน:
ยกเว้น VAT
- สินค้าเกษตร — ข้าว ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ไม่แปรรูป ไข่ นม
- หนังสือและสื่อการศึกษา — ตำรา หนังสือพิมพ์ นิตยสาร
- บริการการศึกษา — ค่าเทอมโรงเรียน มหาวิทยาลัย
- บริการทางการแพทย์ — ค่าหมอ ค่ายา ค่าโรงพยาบาล
- บริการทางศาสนา — บริจาค ค่าทำบุญ
- ดอกเบี้ย — ดอกเบี้ยเงินกู้ ดอกเบี้ยเงินฝาก
ต้องเสีย VAT 7%
- สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป
- อาหารแปรรูป ร้านอาหาร (ที่จด VAT)
- บริการโทรคมนาคม อินเทอร์เน็ต
- บริการโรงแรม ที่พัก
- บริการขนส่งทางอากาศ
- สินค้าอิเล็กทรอนิกส์
- เครื่องแต่งกาย เครื่องสำอาง
เคล็ดลับจำสูตร VAT ให้ขึ้นใจ
จำแค่ 3 ตัวเลข
107 → ตัวหารเมื่อถอด VAT
1.07 → ตัวคูณเมื่อบวก VAT
7 → ตัวเลขใน (7÷107) เมื่อหา VAT ที่ซ่อนอยู่
ตรวจสอบคำตอบเสมอ
ไม่ว่าจะคำนวณแบบไหน ให้ตรวจสอบว่า:
- ราคาก่อน VAT × 1.07 = ราคารวม VAT เสมอ
- ราคารวม VAT × (7÷107) = VAT เสมอ
- ราคาก่อน VAT + VAT = ราคารวม VAT เสมอ
ใช้เครื่องคำนวณ VAT แทนคำนวณเอง
สำหรับงานที่ต้องคำนวณ VAT บ่อยๆ หรือต้องการความแม่นยำ 100% การใช้เครื่องคำนวณ VAT ออนไลน์จะช่วยประหยัดเวลาและลดโอกาสผิดพลาดได้มาก
เครื่องคำนวณ VAT 7% ของ ThaiProofAI รองรับทั้ง 3 สถานการณ์:
- บวก VAT เข้าราคา
- ถอด VAT ออกจากราคารวม
- หา VAT ที่ซ่อนอยู่ในยอดเงิน
ไม่ต้องสมัครสมาชิก ใช้ได้ฟรีทันที
สรุปสูตรทั้งหมดในที่เดียว
| สถานการณ์ | สูตร | ตัวอย่าง (ฐาน 1,000 บาท) |
|---|---|---|
| บวก VAT | ราคาก่อน VAT × 1.07 | 1,000 × 1.07 = 1,070 บาท |
| ถอด VAT | ราคารวม VAT ÷ 1.07 | 1,070 ÷ 1.07 = 1,000 บาท |
| หา VAT ในยอดรวม | ราคารวม × (7÷107) | 1,070 × (7÷107) = 70 บาท |
| หา VAT จากก่อน VAT | ราคาก่อน VAT × 0.07 | 1,000 × 0.07 = 70 บาท |
FAQ — คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ VAT 7%
Q: VAT 7% กับภาษีมูลค่าเพิ่มคือสิ่งเดียวกันไหม? A: ใช่ครับ VAT (Value Added Tax) ก็คือภาษีมูลค่าเพิ่มนั่นเอง เพียงแต่ในชีวิตประจำวันคนไทยนิยมเรียกว่า "แวต" มากกว่า
Q: ราคาที่เห็นในห้างสรรพสินค้ารวม VAT แล้วหรือยัง? A: โดยทั่วไปราคาป้ายในห้างสรรพสินค้าและร้านค้าปลีกทั่วไป รวม VAT แล้ว แต่ถ้าเป็นราคา B2B (ธุรกิจกับธุรกิจ) หรือในใบเสนอราคา มักจะระบุว่า "ยังไม่รวม VAT" ให้สังเกตที่ป้ายหรือใบเสนอราคาว่าระบุว่าอย่างไร
Q: ถ้าซื้อของจากร้านที่ไม่ได้จด VAT จะถูกเก็บ VAT ไหม? A: ร้านที่ไม่ได้จดทะเบียน VAT ไม่มีสิทธิ์เรียกเก็บ VAT จากลูกค้า และไม่สามารถออกใบกำกับภาษีได้ ถ้าร้านไหนไม่จด VAT แต่เรียกเก็บ VAT ถือว่าผิดกฎหมาย
Q: สูตรถอด VAT ทำไมต้องหารด้วย 1.07 ไม่ใช่ลบ 7%? A: เพราะ 7% คิดจากราคาก่อน VAT ไม่ใช่ราคารวม ถ้าลบ 7% จากราคารวมจะได้ตัวเลขต่ำกว่าความเป็นจริง เช่น 1,070 × 7% = 74.90 แต่ VAT จริงคือ 70 บาท
Q: อัตรา VAT จะขึ้นเป็น 10% เมื่อไร? A: ตามกฎหมาย อัตรา VAT ปกติอยู่ที่ 10% แต่รัฐบาลได้ใช้อำนาจตามมาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากรในการลดอัตราชั่วคราวเป็น 7% มาตั้งแต่ปี 2540 และต่ออายุมาเรื่อยๆ ณ ปัจจุบันยังไม่มีแผนชัดเจนว่าจะขึ้นเมื่อไร
Q: VAT กับภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT) ต่างกันอย่างไร? A: VAT เก็บจากมูลค่าการซื้อขาย คนจ่ายคือผู้บริโภค (ผ่านผู้ขาย) ส่วน WHT เก็บจากบางบริการ เช่น ค่าจ้างทำของ ค่าโฆษณา ค่านายหน้า คนหักคือผู้จ่ายเงิน แล้วนำส่งกรมสรรพากรแทนผู้รับเงิน ทั้งสองภาษีสามารถเกิดขึ้นพร้อมกันในธุรกรรมเดียวกันได้
Q: ซื้อของจากต่างประเทศออนไลน์ต้องเสีย VAT ไหม? A: สินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศมูลค่าเกิน 1,500 บาทต่อชิ้น ต้องเสียอากรนำเข้าและ VAT ที่ด่านศุลกากร สินค้าใต้เกณฑ์นี้ได้รับยกเว้น แต่กฎระเบียบอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับกรมศุลกากรล่าสุด
Q: สามารถขอคืน VAT ได้ไหม ในฐานะบุคคลทั่วไป? A: นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถขอคืน VAT Refund ได้ที่สนามบินสำหรับสินค้าที่ซื้อในไทยและนำออกนอกประเทศ แต่คนไทยทั่วไปไม่สามารถขอคืน VAT ได้โดยตรง เฉพาะผู้ประกอบการที่จด VAT เท่านั้นที่สามารถใช้ Input VAT มาหักออกจาก Output VAT ที่ต้องนำส่งได้
บทความโดย ThaiProofAI — เครื่องมือการเงินและภาษาไทยออนไลน์ฟรี
เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง: คำนวณ VAT 7% · คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย · คำนวณ DCA · คำนวณเปอร์เซ็นต์



