
วรรณยุกต์ไทย 5 เสียง 4 รูป และไตรยางศ์ คืออะไร? พร้อมวิธีจำที่ง่ายที่สุด
ถ้าถามว่าอะไรที่ทำให้ภาษาไทยเรียนยากที่สุดสำหรับชาวต่างชาติ — คำตอบเกือบทุกคนคือ วรรณยุกต์
แต่ความจริงคือคนไทยหลายคนก็ยังสับสนกับวรรณยุกต์อยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องที่ว่า ทำไมคำเดียวกันถึงต้องใช้วรรณยุกต์ต่างกัน แล้วไตรยางศ์เกี่ยวข้องอย่างไร ทำไมต้องมีระบบที่ซับซ้อนขนาดนี้
บทความนี้จะอธิบายทุกอย่างตั้งแต่พื้นฐาน พร้อมวิธีจำที่ใช้ได้จริง ไม่ต้องท่องตารางซับซ้อน

สารบัญ
- วรรณยุกต์ คืออะไร?
- 5 เสียงวรรณยุกต์ในภาษาไทย
- 4 รูปวรรณยุกต์ที่ใช้เขียน
- ทำไม 5 เสียง แต่มีแค่ 4 รูป?
- ไตรยางศ์ คืออะไร?
- ตารางวรรณยุกต์ครบทุกกรณี
- วิธีจำวรรณยุกต์ที่ใช้ได้จริง
- คำที่มักออกเสียงวรรณยุกต์ผิดบ่อย
- FAQ

วรรณยุกต์ คืออะไร?
วรรณยุกต์ (อ่านว่า วัน-นะ-ยุก) คือระดับเสียงสูงต่ำของคำในภาษาไทย ซึ่งเปลี่ยนความหมายของคำโดยสิ้นเชิง
ลองอ่านคำว่า "มา" ด้วยเสียงทั้ง 5 ระดับ:
- มา (เสียงสามัญ) — กริยา มาหา
- ม้า (เสียงโท) — สัตว์สี่ขา
- หมา (เสียงจัตวา) — สุนัข
- หม้า — ไม่มีความหมายในภาษาไทยมาตรฐาน
- ม่า — ไม่มีความหมายในภาษาไทยมาตรฐาน
แค่เปลี่ยนระดับเสียง คำเดิมกลายเป็นคนละคำและคนละความหมาย นี่คือเหตุผลที่วรรณยุกต์สำคัญมากในภาษาไทย
ทำไมภาษาไทยถึงมีวรรณยุกต์?
ภาษาไทยเป็น ภาษาคำโดด (Tonal Language) ที่มีพยางค์น้อย เมื่อพยัญชนะต้น สระ และพยัญชนะท้ายมีจำกัด ระบบวรรณยุกต์จึงช่วยเพิ่มจำนวนคำที่ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภาษาอื่นในเอเชียที่มีวรรณยุกต์คล้ายกัน ได้แก่ ภาษาจีนกลาง (4 เสียง) ภาษาเวียดนาม (6 เสียง) และภาษาจีนกวางตุ้ง (6–9 เสียง ขึ้นอยู่กับสำเนียง)
5 เสียงวรรณยุกต์ในภาษาไทย
ภาษาไทยมาตรฐาน (สำเนียงกรุงเทพฯ) มีเสียงวรรณยุกต์ 5 เสียง ได้แก่
1. เสียงสามัญ (Mid Tone)
ระดับเสียง: กลาง ราบเรียบ ไม่ขึ้นไม่ลง
เป็นเสียงที่ "เป็นธรรมชาติ" ที่สุด คล้ายกับการพูดน้ำเสียงปกติโดยไม่เน้นอะไร
ตัวอย่างคำเสียงสามัญ:
- กา (นกกา)
- ปลา (สัตว์น้ำ)
- มา (กริยา)
- ดาว (บนท้องฟ้า)
- คน (มนุษย์)
2. เสียงเอก (Low Tone)
ระดับเสียง: ต่ำ แล้วลดลงอีก
เป็นเสียงที่ต่ำที่สุดในห้าเสียง มักรู้สึกว่า "หนัก" หรือ "ทุ้ม"
ตัวอย่างคำเสียงเอก:
- ไก่ (สัตว์ปีก)
- ข้าว (อาหารหลัก)
- ใจ (จิตใจ)
- ป่า (ป่าไม้)
- ผ้า (วัสดุทอ)
3. เสียงโท (Falling Tone)
ระดับเสียง: เริ่มสูง แล้วตกลง
เป็นเสียงที่เริ่มจากระดับสูงแล้วตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว
ตัวอย่างคำเสียงโท:
- ม้า (สัตว์)
- ข้าว — (บางสำเนียง)
- น้ำ (ของเหลว)
- ช้าง (สัตว์ใหญ่)
- ก้าน (ส่วนของพืช)
4. เสียงตรี (High Tone)
ระดับเสียง: สูง ราบ หรือขึ้นเล็กน้อย
เป็นเสียงที่สูงกว่าสามัญ ฟังดูแหลมกว่า
ตัวอย่างคำเสียงตรี:
- น้า (พี่น้องของแม่)
- ป้า (พี่สาวของพ่อหรือแม่)
- ก๊าซ (แก๊ส)
- ก๊วน (กลุ่มเพื่อน)
5. เสียงจัตวา (Rising Tone)
ระดับเสียง: เริ่มต่ำ แล้วสูงขึ้น
เป็นเสียงที่ขึ้นในช่วงท้าย ฟังดูเหมือนเสียงถามในบางภาษา
ตัวอย่างคำเสียงจัตวา:
- หมา (สุนัข)
- หนู (สัตว์ / สรรพนาม)
- ฝน (น้ำฝน)
- ถนน (ทางเดิน)
- สวน (ที่ปลูกต้นไม้)

4 รูปวรรณยุกต์ที่ใช้เขียน
แม้ภาษาไทยจะมีเสียงวรรณยุกต์ 5 เสียง แต่มีรูปวรรณยุกต์ที่ใช้เขียนเพียง 4 รูป เท่านั้น
| รูปวรรณยุกต์ | ชื่อ | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| ◌่ | ไม้เอก | ข่าว ป่า ใจ่ |
| ◌้ | ไม้โท | ข้าว น้ำ ม้า |
| ◌๊ | ไม้ตรี | ก๊าซ ก๊วน |
| ◌๋ | ไม้จัตวา | เก๋ เก๋า หวั๋น |
ลักษณะของรูปวรรณยุกต์แต่ละตัว
ไม้เอก (่): เส้นเฉียงตัวเดียว วางบนพยัญชนะหรือสระที่อยู่บน
ไม้โท (้): มีลักษณะเหมือนตัว ๒ เล็กๆ หรือเส้นโค้ง วางบนพยัญชนะ
ไม้ตรี (๊): คล้ายเลข ๓ เล็กๆ พบในคำทับศัพท์และคำเฉพาะ ใช้น้อยมากในชีวิตประจำวัน
ไม้จัตวา (๋): คล้ายเลข ๔ เล็กๆ ใช้น้อยมากในชีวิตประจำวัน
ทำไม 5 เสียง แต่มีแค่ 4 รูป?
นี่คือคำถามที่หลายคนสงสัยที่สุด
คำตอบคือ เสียงสามัญไม่มีรูปวรรณยุกต์กำกับ เพราะถือเป็นเสียงพื้นฐาน "เริ่มต้น" ของภาษา เมื่อไม่มีรูปวรรณยุกต์กำกับและไม่มีเงื่อนไขพิเศษ คำนั้นจะออกเสียงสามัญโดยอัตโนมัติ (ในบางกรณีขึ้นอยู่กับชนิดอักษรด้วย)
แต่ที่ซับซ้อนกว่านั้นคือ รูปวรรณยุกต์เดียวกันให้เสียงต่างกันได้ ขึ้นอยู่กับว่าพยัญชนะต้นอยู่ในกลุ่มอักษรไหน ซึ่งนำเราไปสู่เรื่องที่สำคัญมากคือ ไตรยางศ์

ไตรยางศ์ คืออะไร?
ไตรยางศ์ (อ่านว่า ไตร-ยาง) หรือ ระบบไตรยางศ์ คือการแบ่งพยัญชนะไทยทั้ง 44 ตัวออกเป็น 3 หมู่ ตามระดับเสียงพื้นฐานของแต่ละตัว
| หมู่ | ชื่อ | จำนวน | หลักจำ |
|---|---|---|---|
| หมู่ที่ 1 | อักษรกลาง | 9 ตัว | เสียงได้ครบ 5 เสียงเมื่อใช้วรรณยุกต์ |
| หมู่ที่ 2 | อักษรสูง | 11 ตัว | เสียงพื้นฐานสูงกว่ากลาง |
| หมู่ที่ 3 | อักษรต่ำ | 24 ตัว | เสียงพื้นฐานต่ำกว่ากลาง |
อักษรกลาง 9 ตัว
ก จ ด ต ฎ ฏ บ ป อ
วิธีจำ: "ไก่จิกเด็กตาย บนปากโอ่ง"
- ไก่ = ก
- จิก = จ
- เด็ก = ด
- ตาย = ต
- บน = บ
- ปาก = ป
- โอ่ง = อ
- (ฎ และ ฏ เป็นพยัญชนะที่แทบไม่ได้ใช้เป็นพยัญชนะต้นในคำทั่วไป)
อักษรสูง 11 ตัว
ข ฃ ฉ ฐ ถ ผ ฝ ศ ษ ส ห
วิธีจำ: "ผี ฝาก ถุง ข้าว สาร ให้ฉัน"
- ผี = ผ
- ฝาก = ฝ
- ถุง = ถ ฐ
- ข้าว = ข ฃ
- สาร = ส ศ ษ
- ให้ = ห
- ฉัน = ฉ
อักษรต่ำ 24 ตัว
แบ่งได้อีกเป็น 2 กลุ่มย่อย:
อักษรต่ำคู่ (มีคู่กับอักษรสูง) 14 ตัว:
ค ฅ ฆ ง ช ซ ฌ ญ ฑ ฒ ณ ท ธ น พ ฟ ภ ม ย ร ล ว ฬ ฮ
อักษรต่ำเดี่ยว (ไม่มีคู่กับอักษรสูง) 10 ตัว:
ง ญ ณ น ม ย ร ล ว ฬ
💡 อักษรต่ำเดี่ยวสำคัญมาก เพราะออกเสียงวรรณยุกต์ได้แค่ 3 เสียง (สามัญ โท และจัตวา) และต้องใช้ อักษรนำ เพื่อให้ออกเสียงได้ครบ
ตารางวรรณยุกต์ครบทุกกรณี
นี่คือหัวใจของการเข้าใจวรรณยุกต์ไทย ตารางนี้บอกว่า อักษรแต่ละหมู่ + รูปวรรณยุกต์แต่ละรูป = เสียงอะไร
ตาราง: อักษรกลาง
| ไม่มีรูป | ไม้เอก (่) | ไม้โท (้) | ไม้ตรี (๊) | ไม้จัตวา (๋) |
|---|---|---|---|---|
| สามัญ | เอก | โท | ตรี | จัตวา |
| กา | ก่า | ก้า | ก๊า | ก๋า |
อักษรกลางพิเศษตรงที่ รูปวรรณยุกต์ตรงกับเสียงเป๊ะ ไม้เอกก็ได้เสียงเอก ไม้โทก็ได้เสียงโท ง่ายที่สุดในสามหมู่
ตาราง: อักษรสูง
| ไม่มีรูป | ไม้เอก (่) | ไม้โท (้) |
|---|---|---|
| จัตวา | เอก | โท |
| ข้า → | เขา | ข้าว |
หมายเหตุ: อักษรสูงใช้ได้แค่ไม้เอกและไม้โท (ไม้ตรีและไม้จัตวาไม่ใช้กับอักษรสูง)
| สถานการณ์ | เสียงที่ได้ |
|---|---|
| อักษรสูง ไม่มีรูปวรรณยุกต์ | จัตวา |
| อักษรสูง + ไม้เอก | เอก |
| อักษรสูง + ไม้โท | โท |
ตัวอย่าง:
- ขา (ไม่มีรูป) → เสียงจัตวา
- ข่า (ไม้เอก) → เสียงเอก
- ข้า (ไม้โท) → เสียงโท
ตาราง: อักษรต่ำ
| ไม่มีรูป | ไม้เอก (่) | ไม้โท (้) |
|---|---|---|
| สามัญ | โท | ตรี |
หมายเหตุ: อักษรต่ำใช้ได้แค่ไม้เอกและไม้โท เช่นเดียวกับอักษรสูง
| สถานการณ์ | เสียงที่ได้ |
|---|---|
| อักษรต่ำ ไม่มีรูปวรรณยุกต์ | สามัญ |
| อักษรต่ำ + ไม้เอก | โท |
| อักษรต่ำ + ไม้โท | ตรี |
ตัวอย่าง:
- คา (ไม่มีรูป) → เสียงสามัญ
- ค่า (ไม้เอก) → เสียงโท
- ค้า (ไม้โท) → เสียงตรี
💡 จุดสังเกตสำคัญ: อักษรต่ำไม่มีเสียงเอกและจัตวาในตัวเอง ต้องใช้เทคนิคพิเศษ (อักษรนำ หรือ ห นำ) เพื่อให้ได้เสียงนั้น
สรุปตารางครบทั้งสามหมู่
| หมู่อักษร | ไม่มีรูป | ไม้เอก | ไม้โท | ไม้ตรี | ไม้จัตวา |
|---|---|---|---|---|---|
| กลาง | สามัญ | เอก | โท | ตรี | จัตวา |
| สูง | จัตวา | เอก | โท | — | — |
| ต่ำ | สามัญ | โท | ตรี | — | — |

วิธีจำวรรณยุกต์ที่ใช้ได้จริง
วิธีที่ 1: จำ "เสียงพื้นฐาน" ของแต่ละหมู่
แทนที่จะท่องตาราง ให้จำหลักการนี้ก่อน:
- อักษรกลาง → เสียงพื้นฐานคือ สามัญ (กลางๆ ไม่สูงไม่ต่ำ)
- อักษรสูง → เสียงพื้นฐานคือ จัตวา (สูง ขึ้น)
- อักษรต่ำ → เสียงพื้นฐานคือ สามัญ (แต่เมื่อใส่วรรณยุกต์จะขยับสูงกว่ากลาง)
วิธีที่ 2: สูตรจำ "ไม้เอกกับอักษรสูง-ต่ำ"
ส่วนที่คนสับสนบ่อยที่สุดคือ ไม้เอกกับอักษรต่ำให้เสียงอะไร?
จำไว้ว่า: "ต่ำเอก = โท, ต่ำโท = ตรี"
หรือจำเป็นกลอนว่า:
"อักษรต่ำ เอกเป็นโท โทเป็นตรี"
ตัวอย่าง:
- ค + ่ (ไม้เอก) = ค่า → เสียงโท
- ค + ้ (ไม้โท) = ค้า → เสียงตรี
วิธีที่ 3: ใช้คำจำง่าย "ไก่จิก เด็กตาย บนปากโอ่ง"
สำหรับจำอักษรกลาง 9 ตัว ใช้ประโยค:
"ไก่ จิก เด็ก ตาย บน ปาก โอ่ง"
แยกพยัญชนะต้นของแต่ละคำ: ก จ ด ต บ ป อ — ได้ 7 ตัว ส่วน ฎ ฏ จำเพิ่มเติมว่าเป็นอักษรกลางเหมือนกันแต่แทบไม่ใช้เป็นพยัญชนะต้น
วิธีที่ 4: ใช้คำจำง่าย "ผีฝากถุงข้าวสารให้ฉัน"
สำหรับจำอักษรสูง 11 ตัว ใช้ประโยค:
"ผี ฝาก ถุง ข้าว สาร ให้ ฉัน"
แยกพยัญชนะต้น: ผ ฝ ถ ข ส ห ฉ — ได้ 7 ตัว ส่วน ฃ ฐ ศ ษ จำเพิ่มว่าอยู่ในกลุ่มเดียวกัน
วิธีที่ 5: อักษรต่ำ = "ที่เหลือทั้งหมด"
อักษรต่ำมี 24 ตัว ซึ่งมากที่สุด วิธีจำที่ง่ายที่สุดคือ:
จำอักษรกลาง 9 ตัว และอักษรสูง 11 ตัวให้แม่น ที่เหลือทั้งหมดคืออักษรต่ำ
วิธีที่ 6: สูตรจำ ห นำ และอักษรนำ
เมื่ออักษรต่ำเดี่ยว (ง ญ ณ น ม ย ร ล ว ฬ) ต้องออกเสียงเอกหรือจัตวา ให้ใช้ ห นำหน้า:
- หง หน หม หย หร หล หว → กลายเป็นเสียงจัตวา (เสียงสูง)
- เมื่อใส่ไม้เอก → กลายเป็นเสียงเอก
- เมื่อใส่ไม้โท → กลายเป็นเสียงโท
ตัวอย่าง:
- หนู (ห นำ น) → เสียงจัตวา
- หน่าย (ห นำ น + ไม้เอก) → เสียงเอก

คำที่มักออกเสียงวรรณยุกต์ผิดบ่อย
กลุ่มที่ 1: คำที่มีรูปวรรณยุกต์เหมือนกัน แต่เสียงต่างกัน
| คำ | อักษรต้น | รูปวรรณยุกต์ | เสียงที่ถูกต้อง | ที่มักออกผิด |
|---|---|---|---|---|
| ข่าว | ข (สูง) | ไม้เอก | เอก | โท |
| ค่า | ค (ต่ำ) | ไม้เอก | โท | เอก |
| ข้าว | ข (สูง) | ไม้โท | โท | ตรี |
| ค้า | ค (ต่ำ) | ไม้โท | ตรี | โท |
💡 นี่คือต้นเหตุหลักของความสับสน — ไม้เอกบนอักษรสูงให้เสียงเอก แต่ไม้เอกบนอักษรต่ำให้เสียงโท
กลุ่มที่ 2: คำเดียวกันแต่อ่านคนละเสียงตามบริบท
บางคำออกเสียงต่างกันตามบริบทประโยค แม้สะกดเหมือนกัน เช่น:
- พระ — ออกเสียงวรรณยุกต์ต่างกันเมื่อใช้นำหน้าคำพระราชาศัพท์ กับเมื่อหมายถึงพระภิกษุ
กลุ่มที่ 3: คำที่มักออกเสียงวรรณยุกต์ผิดเพราะสำเนียง
| คำ | เสียงมาตรฐาน | ที่มักออกผิด |
|---|---|---|
| เปล่า | จัตวา | โท |
| เปล้า | — | สับสนกับ เปล่า |
| ขอ | จัตวา | สามัญ |
| คอ | สามัญ | จัตวา |
| ไทย | สามัญ | จัตวา (สำเนียงบางถิ่น) |
ความสัมพันธ์ระหว่างวรรณยุกต์กับคำตายและคำเป็น
นอกจากหมู่อักษรแล้ว ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อเสียงวรรณยุกต์ คือ ชนิดของคำ
คำเป็น vs คำตาย
คำเป็น คือคำที่มีเสียงสระยาวหรือมีตัวสะกดในแม่ กง กน กม เกย เกอว ได้แก่
- สระยาว: กา กี กู เก โก ฯลฯ
- มีตัวสะกดแม่ กง กน กม เกย เกอว: กาง กาน กาม
คำตาย คือคำที่มีสระสั้นไม่มีตัวสะกด หรือมีตัวสะกดแม่ กก กด กบ ได้แก่
- สระสั้นไม่มีตัวสะกด: กะ กิ กุ เกะ โกะ ฯลฯ
- ตัวสะกด กก กด กบ: กาก กาด กาบ
คำตายมีระบบเสียงวรรณยุกต์ที่ต่างออกไปเล็กน้อย เนื่องจากเสียงสั้นและการปิดกั้นของพยัญชนะท้าย
| หมู่อักษร | คำตาย สระสั้น | คำตาย สระยาว |
|---|---|---|
| อักษรกลาง | เอก | เอก |
| อักษรสูง | เอก | เอก |
| อักษรต่ำ | ตรี | โท |
ทำไมวรรณยุกต์ไทยถึงซับซ้อนขนาดนี้?
หลายคนสงสัยว่าทำไมไม่ทำให้ง่ายกว่านี้ คำตอบคือระบบนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ง่าย แต่เกิดขึ้นจากพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ยาวนาน
เดิมทีอักษรไทยสุโขทัยมีแค่วรรณยุกต์สองรูป (ไม้เอกและไม้โท) ระบบไตรยางศ์และวรรณยุกต์รูปเพิ่มเติมพัฒนาขึ้นมาเป็นลำดับตามความต้องการของภาษา ความซับซ้อนที่เห็นอยู่ในปัจจุบันจึงเป็น "ประวัติศาสตร์" ที่ฝังอยู่ในระบบการเขียน

สรุป: 5 ประเด็นสำคัญที่ต้องจำ
-
5 เสียงวรรณยุกต์ ได้แก่ สามัญ เอก โท ตรี จัตวา — แต่มีแค่ 4 รูป เพราะเสียงสามัญไม่มีรูปกำกับ
-
ไตรยางศ์ = 3 หมู่อักษร ได้แก่ กลาง (9 ตัว) สูง (11 ตัว) ต่ำ (24 ตัว) — หมู่ที่ต่างกันให้เสียงต่างกันแม้รูปวรรณยุกต์เดียวกัน
-
อักษรกลาง — รูปตรงกับเสียง ง่ายที่สุด
-
อักษรสูงและอักษรต่ำ — ใช้ได้แค่ไม้เอกและไม้โท เสียงที่ได้ต่างกัน ต้องจำแยก
-
ต่ำเอก = โท, ต่ำโท = ตรี — สูตรทองที่ช่วยได้มากที่สุดในชีวิตประจำวัน
FAQ — คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวรรณยุกต์
Q: วรรณยุกต์ภาษาไทยมีกี่เสียง? A: ภาษาไทยมาตรฐาน (สำเนียงกรุงเทพฯ) มีวรรณยุกต์ 5 เสียง ได้แก่ สามัญ เอก โท ตรี และจัตวา
Q: วรรณยุกต์ภาษาไทยมีกี่รูป? A: มีรูปวรรณยุกต์ 4 รูป ได้แก่ ไม้เอก (่) ไม้โท (้) ไม้ตรี (๊) และไม้จัตวา (๋) เสียงสามัญไม่มีรูปวรรณยุกต์กำกับ
Q: ไตรยางศ์คืออะไร? A: ไตรยางศ์คือการแบ่งพยัญชนะไทย 44 ตัว ออกเป็น 3 หมู่ตามระดับเสียงพื้นฐาน ได้แก่ อักษรกลาง (9 ตัว) อักษรสูง (11 ตัว) และอักษรต่ำ (24 ตัว) ซึ่งส่งผลต่อเสียงวรรณยุกต์ที่ได้เมื่อใช้ร่วมกับรูปวรรณยุกต์ต่างๆ
Q: ทำไมไม้เอกบนอักษรต่ำถึงได้เสียงโท ไม่ใช่เสียงเอก? A: เพราะระบบวรรณยุกต์ไทยไม่ได้ "ตั้งชื่อรูปตามเสียง" โดยตรง รูปวรรณยุกต์เดียวกันให้เสียงต่างกันขึ้นอยู่กับหมู่อักษรของพยัญชนะต้น อักษรสูงและอักษรกลางมีเสียงพื้นฐานสูงกว่าอักษรต่ำ ทำให้เมื่อใส่วรรณยุกต์เดียวกัน เสียงที่ได้จึงต่างกัน
Q: อักษรต่ำเดี่ยวคืออะไร ต่างจากอักษรต่ำคู่อย่างไร? A: อักษรต่ำแบ่งย่อยได้อีก อักษรต่ำคู่คือตัวที่มีคู่ในอักษรสูง (เช่น ค คู่กับ ข) ส่วนอักษรต่ำเดี่ยวคือ ง ญ ณ น ม ย ร ล ว ฬ ที่ไม่มีคู่กับอักษรสูง ทำให้ออกเสียงวรรณยุกต์ได้แค่บางเสียง และต้องใช้ ห นำเพื่อให้ได้เสียงอื่น
Q: สำเนียงภาษาไทยถิ่นใช้วรรณยุกต์เหมือนภาษากลางไหม? A: ไม่เหมือนกันครับ ภาษาไทยถิ่นเหนือ (ภาษาเมือง) ภาษาอีสาน และภาษาใต้ต่างมีระบบเสียงวรรณยุกต์ของตัวเองที่แตกต่างจากภาษาไทยมาตรฐาน บางสำเนียงมีจำนวนเสียงวรรณยุกต์มากกว่าหรือน้อยกว่า 5 เสียงด้วย
บทความโดย ThaiProofAI — เครื่องมือตรวจคำผิดภาษาไทยด้วย AI ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก
อ่านเพิ่มเติม: คำพ้องเสียงภาษาไทย 100 ตัวอย่าง · วิวัฒนาการภาษาไทย · สำนวนไทยที่คนมักใช้ผิด



